บทที่ 5 หวงก้าง

ตอนที่ 5 หวงก้าง

ลูกสาวเจ้าสัว รวยระดับอภิมหาเศรษฐีมีทรัพย์สินในครอบครองเกือบแสนล้าน ติดอันดับมหาเศรษฐีลำดับที่สองของเมืองไทย ลุกขึ้นจากเก้าอี้ หางตาตวัดมองกลับไปยังพ่อบ้าน แม่บ้านที่ยืนเรียงหน้ากระดานรอฟังคำสั่งเจ้านายโค้งต่ำรับคำว่า ‘ส่งแขก’ ที่แปลความหมายว่า ให้ไล่ผู้ชายคนนี้ออกไปให้พ้นหูพ้นตา

“วีไม่นะ ผมไม่ยอมเลิกกับคุณเด็ดขาด” สองมือคว้ารวบเรียวขาสองข้างเข้ามาสวมกอดในทันที

“ปล่อยนะ คุณคิดจะทำอะไร อย่าเอามือสกปรกน่ารังเกียจที่คุณใช้มันแตะต้องผู้หญิงอื่นมาถูกเนื้อต้องตัววี” วีรดาสะบัดตัวรู้สึกขยะแขยงสะอิดสะเอียนอย่างบอกไม่ถูก

“ผมรักคุณนะวี อภัยให้ผมสักครั้งเถอะ ผมสัญญาว่าต่อไปผมจะไม่แตะต้องผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว นะวีขอโอกาสผมอีกครั้งนะครับ”

“เสียใจด้วยค่ะ ความผิดพลาดบางอย่าง มันก็ไม่อาจให้อภัย ความเชื่อใจวีมีให้คุณมาตลอดสิบปี แต่ตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว”

“มันจะจบได้ยังไง เราวางแผนสร้างอนาคตด้วยกันเอาไว้ตั้งมากมาย โครงการต่าง ๆ ที่เราเคยตกลงว่าจะร่วมมือกันอีก”

“อ้อ โครงการทั้งหมดที่เราเคยคุยกันเอาไว้ก่อนหน้านี้ วีแจ้งเลขาไปแล้วนะคะว่าให้ยกเลิกทั้งหมด”

เหมือนสายฟ้าฟาดผ่าเปรี้ยงลงมากลางศีรษะ นอกจากเขาพลาดโอกาสใหญ่ในการได้เป็นลูกเขยของเจ้าสัวใหญ่ อภิมหาเศรษฐีที่มีแต่คนนับหน้าถือตาเกรงใจ ตอนนี้โครงการต่าง ๆ ที่วางเอาไว้กำลังจะพังทลายลงไปด้วยอย่างนั้นหรือ

“ไม่นะวี คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ ผมไม่ยอมเลิกกับคุณง่าย ๆ หรอก ไม่มีทาง”

“ลูกแน่ใจแล้วใช่ไหม เรื่องของนายชาติชายกับนายการันต์คนนั้น” เจ้าของอาณาจักรแสนล้านวางแก้วน้ำชาลงบนโต๊ะไม้สักสลักลวดลายมังกร ลงลักษณ์ระดับทองคำแท้ลงไปบนเกล็ดของมัน

“ลูกแน่ใจค่ะ อย่างที่เตี่ยเคยบอกลูกเมื่อก่อนนี้ไงคะ เมื่อคนเราขาดความยับยั้งชั่งใจ เมื่อชีวิตคู่ไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน มีครั้งแรกก็ย่อมมีครั้งต่อไป ลูกขอเสียใจแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นก็พอ เมื่อก่อนลูกโง่เองที่เชื่อคำโกหกหลอกลวงของเขา ลูกผิดเองที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไป ตอนนี้ทุกอย่างมันคงเป็นเหมือนบทลงโทษความดื้อรั้นของลูก” วีรดายกกาน้ำชารินเติมชาร้อนลงไปในถ้วยเล็กส่งให้เตี่ย

“เรื่องนายชาติชายเตี่ยเห็นด้วยที่ลูกเลิกกับไอ้หนอนเปลือกไม้นั่นได้ ส่วนเรื่องของนายการันต์...” เจ้าสัวผู้ที่ผ่านร้อน ผ่านหนาวมานานกว่าเจ็ดสิบปีปรายตามองลูกสาวคนเดียวเหมือนกำลังใช้ความคิด

“ลูกตัดสินใจไปแล้วค่ะ และการตัดสินครั้งนี้ ไม่ว่ามันจะลงเอยยังไง ลูกยินดีที่จะรับผลของมัน”

“กลับมาแล้วครับ” ประโยคทักทายจากสามี ที่ออกไปทำงานมาตลอดวัน ทำให้วีรดายิ้มออกมาได้ ปกติเห็นฉากอย่างนี้แค่ในหนัง ในละครน้ำเน่าไม่คิดว่าชีวิตจริงจะมีผู้ชายอย่างการันต์ พอหนุ่มแสนสุภาพเหมือนอย่างกับหลุดออกมาจากโลกนิยาย สาวสวยลุกจากโซฟาเข้ามาเขย่งขามอบจูบเป็นรางวัลให้กับคนที่กลับบ้านตรงเวลา

“ถ้าคุณคาดหวังว่า จะเห็นฉันอยู่ในชุดอยู่บ้าน ผูกผ้ากันเปื้อน ถือไม้กวาด หรือยืนล้างจาน ทำกับข้าวเอาไว้รอสามีกลับบ้าน ฉันคงต้องบอกคุณว่าเสียใจด้วยนะคะ ฉันทำเรื่องพวกนั้นไม่เป็นหรอก” ไม่จำเป็นเสแสร้ง เปลี่ยนตัวเองในสิ่งที่เธอรู้อยู่เต็มอกว่า มันไม่ใช่นิสัยส่วนตัว

“ว้า เสียดายจัง” ริมฝีปากหยักขยับยิ้มคลี่ขยายออกมาอย่างสดใส ไม่ได้จริงจัง เพราะเขาเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าวีรดาจะต้องมาทำสิ่งไร้สาระเหล่านี้

“ถ้าคุณหิว ฉันมีแอปพลิเคชันสั่งอาหารเดลิเวอรี่ แล้วก็มีแอปพลิเคชัน ที่สามารถค้นหาร้านอาหาร ภัตตาคารดัง ๆ ทั้งไทย จีน ฝรั่ง เกาหลี อาหารสัญชาติไหนก็ได้ ฉันทานได้หมด”

“อย่างนั้นค่ำนี้เราไปดินเนอร์ ทานอาหารฝรั่งเศส ใต้แสงเทียนกันดีหรือเปล่า” จูบเบา ๆ แตะลงไปบนแก้มขาวของภรรยา

“ดีค่ะ อย่างนั้นเราสองคนควรไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่” ภรรยาสาวเงยหน้าขึ้นไปสบตาสามี ปลายนิ้วเรียวกรีดไล้ลงไปยังเสื้อเชิ้ตแขนยาว สะกิดเอากระดุมเม็ดเล็กให้มันค่อย ๆ ปลดคลายตัวออกไปทีละเม็ดอย่างใจเย็น

“วีครับ เราสองคนอาบน้ำพร้อมกันได้ไหม” ริมฝีปากนุ่มจูบลงมายังหลังมือ

“แน่นอนค่ะ ฉันอาจทำงานบ้าน ทำอาหารไม่เก่ง แต่เรื่องดูแลสามี รับรองว่าฉันทำเต็มที่อยู่แล้ว”

“เดี๋ยวก่อนครับคุณ นั่นห้องของคุณการันต์เข้าไม่ได้นะครับ” เลขาหน้าห้องวิ่งเข้ามาขวาง ผู้บุกรุกที่เดินดุ่ม ๆ ตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวประธานกรรมการบริษัทใหญ่

“ทำไมผมจะเข้าไปไม่ได้”

“นั่นห้องทำงานของคุณการันต์ ถ้าคุณไม่ได้ลงบันทึกการนัดหมายเอาไว้ ก็ไม่สามารถเข้าพบคุณการันต์ได้นะครับ”

“ถ้าพวกมึงไม่ให้กูเข้าไป ได้อย่างนั้น กูจะยืนประกาศตรงนี้ พวกมึงเป็นเบ๊รับใช้มันใช่ไหม ได้อย่างนั้นฟังให้ดีนะ นายการันต์มันแอบเป็นชู้กับเมียกู มันเป็นมือที่สามทำให้กูกับคนรักที่คบกันมานานถึงสิบปีต้องเลิกกัน พวกมึงได้ยินชัดไหม” ข้อกล่าวหาร้ายแรงนั้นเปลี่ยนสีหน้าของพนักงานที่ได้ยิน ได้ฟัง เกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาในทันที

“ไม่จริง คุณการันต์ไม่มีทางทำเรื่องน่าละอายอย่างนั้นแน่”

“ใช่ ถ้าคุณยังไม่หยุดใส่ร้ายคุณการันต์ละก็ พวกเราจะโทรเรียกตำรวจ ให้มาลากคอคุณออกไป”

“รปภ. อยู่ไหน ปล่อยให้คนบ้าอย่างนี้ ขึ้นมาจนถึงชั้นนี้ได้ยังไง” พนักงานหลายคนช่วยกันส่งเสียงโวยวายออกปากไล่ ชาติชายที่คิดจะมาทำให้การันต์ขายหน้า

“เสียงดังอะไรกัน” เจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ เปิดประตูออกมาจากห้อง หลังจากนั่งฟังเสียงเอะอะโหวกเหวกโวยวายจากด้านใน

“เฮอะ คุณเองหรือการันต์” ชาติชายเดินส่ายอาด ๆ เข้ามายิ้มเยาะยั่วโมโห

“คุณคือ...” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างใจเย็น ในท่าทียียวนกวนบาทานั้น

“ผมคือคู่หมั้น คือสามีของวีรดา” เสียงดังพูดโพล่งโจ่งแจ้งออกไปหวังทำให้เขาได้อาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป